บทที่ 10 ทำไมการสัมภาษณ์งานแค่ชั่วโมงเดียว ถึงตัดสินได้ว่าคุณ…ใช่หรือไม่

ลองถามตัวเองดูว่า การดูตัวอย่าหนังในโรงมีอิทธิพลให้คุณเลือกดูหรือไม่ดูหนังเรื่องนั้นๆไหม ลองคิดดูสิว่า สมองคุณประมวลผลอะไรอยู่ตอนดูเทรลเลอร์หนังที่สบงแค่2-3 นาที คุณอาจรู้จักผู้กำกับนักแสดง และผลงานคุณภาพเก่าๆของพวกเขา แต่มันคงไม่ได้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจที่จะดูหนังเรื่องนั้นเท่ากับสิ่งที่คุณเห็นอยู่ตรงหน้าในชั่วไม่กี่นาทีนั้นๆ คุณอาจตัดสินใจเสียเงินดูถ้าคิดแล้วว่ามีโอกาสสูงที่จะสูงได้ประสบการณ์ยอดเยี่ยมจาก 2 ชั่วโมงที่ต้องอยู่ในโรง คุณอาจคาดหวังว่าคุณจะต้อง “อิ่ม” หลังจากหนังจบ คุณยอมเสี่ยง

การสัมภาษณ์งาน เรื่องใหญ่กว่าการเลือกดูหนังแน่นอนครับประวัติการศึกษาและประสบการณ์ของคุณถูกนำมาพิจารณาร่วมด้วยอยู่แล้ว แต่เชื่อไหมครับ “สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า” กลับมีอิทธิพลสูงสุดต่อการตัดสินใจรับหรือไม่รับใครสักคนเข้าทำงาน

ทุกครั้งที่ผู้สัมภาษณ์ตั้งคำถามให้คุณตอบ ระหว่างนั้นเขาไม่ได้รอแค่ “คำตอบ” ที่(เขาก็รู้ว่า) คุณอาจตระเตรียมมาแล้วอย่างสวยหรูทุกคำตอบที่คุณให้ไม่ได้บอกแค่ว่าคุณรู้จริงแค่ไหน แต่มันยังมีทัศนคติของคุณต่อสิ่งต่างๆเจือปนเข้าไป ทุกท่วงท่า สีหน้า อากับกิริยาที่คุณมีจะถูกนำไปใช้ประมวลผลอยู่ตลอดเวลา

เราอาจจะมีประวัติที่ยอดเยี่ยมในกระดาษ แต่ถ้ามีท่าทีเย่อหยิ่งบ่นพร่ำเพรื่อที่ทำงานเก่า ดูเข้ากับคนไม่ง่าย ก็คงยากที่จะมีที่ทำงานใหม่ที่ไหนอ้าแขนรับ

อย่าลืมนะครับ คนที่กำลังสัมภาษณ์เราก็คือหัวหน้าที่ไม่ได้แค่กำลังสัมภาษณ์หาคนมาทำงานให้ แต่เขากำลังหาเพื่อนร่วมงานในอนาคตที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันวันละ 8-10 ชั่วโมง คงไม่มีใครต้องการคนทัศนคติแรงแบบลบไปมาอยู่ในสังคมชีวิตประจำวันของเขากันซะเท่าไหร่

ไปสัมภาษณ์ครั้งหน้า อย่าพกแค่อดีตและเรื่องราวในเอกสารไปเล่าเตรียมตัวให้พร้อมที่จะแสดงความเป็นคุณให้ใครๆเห็น คุณมีเวลาตั้งชั่วโมงนะครับ

“หนึ่งชั่วโมงในการสัมภาษณ์ บอกอะไรได้มากกว่าที่คิด!”