บทที่ 12 ไม่ผิดถ้าจะบ้าแบรนด์ว่าแต่แบรนด์ของคุณน่ะ แบรนด์ไหนล่ะ

ถ้าเอ่ยชื่อแบรนด์อะไรขึ้นมาสักชื่อ เรามักจะมีภาหรือตำพูดอะไรสักอย่างโผล่ขึ้นมาในหัว ลองคิดถึง Apple คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงความต่าง ความคิดสร้างสรรค์ ถ้าพูดถึง Benz เราก้จะนึกถึงความหรูหรา ราคาแพง แต่ถ้าเป็นรถร่วม ขสมก. เรามักจะคิดถึง…(คุณคงพอเห็นภาพ) ถึงไม่ได้เป็นสินค้า

แต่เราทุกคนต่างก็เป็นแบรนดืหนึ่งในสายตาคนอื่นๆรอบตัว เคยลองคิดเล่นๆไหมครับว่าคนอื่นจะนึกถึงอะไรถ้าเอ่ยชื่อเราออกมา คุณอาจเป้นตัวแทน “นักคิกหลุดกรอบ” หรืออาจเป็น “หญิงขยันสุดโต่ง” อาจเป็น “มนุษยืตัวเลข” หรือ “พวกรายละเอียดไม่พลาด”

แต่ไม่ว่าใครจะนึกถึงคุณแบบ Top of mind ว่าอะไร สิ่งที่ทุกแบรด์คุณภาพ (ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือเป็นคน) ต้องมีก็คือ “ความไว้วางใจได้” สิ่งนี้สำคัญครับ เป็นมาตรฐานเบื้องต้น

โดยเฉพาะในการทำงาน ถ้าคุณคิดจะเติบโตต่อไป ต่อให้มครคิดว่าคุณเก่งแค่ไหน มีไอเดียบรรเจิดเท่าไหร่ มันก็ไม่มีความหมายอะไรมาก หากคุณเป็นแบรนด์ที่ได้ชื่อว่า “ไว้วางใจไม่ค่อยได้” ลองดูนะครับว่า ระหว่างนาย A ที่สมองดี แต่ไม่รู้ว่างานที่สั่งไปจะทำสำเร็จแน่รึเปล่า กับนาย B ที่อาจไมได้หัวใสเท่า แต่มั่นใจได้ว่ารับผิดชอบไม่เคยพลาด

ถ้าต้องให้เลือกว่าใครควรได้รับงานสำคัญไปทำ คุณว่าใครจะได้โอกาสมากกว่า คุณลักษณะนี้ในทางธุรกิจมีชื่ว่า “Hygiene Factor” คือเป็นสิ่งที่ต้องมี ถึงไม่ได้สร้างความแตกต่างให้ใคร แต่ขาดไปก็จะกลายเป็นติดลบทันที เราจึงควรมั่นใจให้ดีว่าคุณสมบัติข้อนี้มีติดแบรนด์ของเราเสมอ ไม่ว่าจะทำงานด้านไหน อย่าให้เรื่องที่เราทำได้ง่ายๆ มาทำลายแบรนด์เจ๋งๆ ที่เรากำลังสร้างให้ตัวเองเลยนะครับ มันไม่คุ้มกัน : ) “ไม่ผิดที่จะ “บ้าแบรนด์” โดยเฉพาะ “แบรนด์ตัวเอง” “