ใครเป็นคนโงกว่ากันแน่

ใครเป็นคนโงกว่ากันแน่

ฝ่ายโจรที่บรรลุธรรมนั้นได้ยินดังนั้นก็คิดไปว่า “เพื่อนเรานี่ ขโมยของคนมาได้ คิดว่าตนฉลาด แต่ไม่รู้โทษเลยว่า ตายไปนั้นตนต้องตกอบายแน่นอน” จึงไม่ว่ากล่าวอะไร

 

รุ่งขึ้น ภรรยาและเพื่อนโจรของเขาทราบว่า เขาอดอาหารเพราะไม่มีเงินซื้อ เลยถือโอกาศพูดจาถากถางเอาว่า
“เป็นอย่างไรล่ะ พ่อคนฉลาดใหญ่ แกมัวแต่ฟังธรรมจนลืมไปว่าตนเป็นโจร เป็นเหมือนคนลืมทำหน้าที่
แล้วอย่างนี้เจ้าจะเอาอะไรกินประทังชีวิตต่อไป”

ฝ่ายโจรที่บรรลุธรรมนั้นได้ยินดังนั้นก็คิดไปว่า “เพื่อนเรานี่ ขโมยของคนมาได้ คิดว่าตนฉลาด แต่ไม่รู้โทษเลยว่า ตายไปนั้นตนต้องตกอบายแน่นอน” จึงไม่ว่ากล่าวอะไร

ผิดแล้วแก้ไข ไม่หมองมัวในชีวิต

หนังจากนั้น เขาจึงไปทูลเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ให้พระพุทธเจ้าสดับโดยตลอด
พระพุทธองค์ตรัสชื่นชมเขาที่เลิกอาชีพนั้นได้ และทรงแสดงธรรมโปรดว่า
“คนโง่รู้ตัวว่าโง่ ยังพอมีทางที่จะเป็นบัณฑิตได้บ้าง แต่คนโง่เขลานั่นแหละที่เรียกว่า คนโง่ที่แท้จริง”

นี่ จากที่เคยเป็นโจร แต่เพราะคิดกลับใจ จึงมีผลทำให้ได้บรรลุโสดาบัน
เป็นผู้มีคติอันมั่นคงว่าจะตกไปสู่อุบาย และในเวลาไม่เกิดเจ็ดชาติ ย่อมตัดการเวียนวายตายเกิดได้แน่

โง่แถมมีทิฐิ อย่างนี้อันตราย

จะเห็นว่า บางทีกว่าที่คนเราจะหาทางเดินได้ถูก ก็ต้องมัวหลงกับทางเดินที่ผิดๆ เหมือนกัน
ส่วนผู้ที่ยังจมปลักอยู่กับความชั่วเดิมๆ และมองว่าผู้ที่กลับใจได้นั้นเป็นคนโง่ คนเช่นนั้นก็คงนานวันพันปีกว่าจะเข้าถึงธรรมได่

พระเดชพระคุณพระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรโต) กล่าวว่า

“เมื่อไม่รู้ ไม่ฉลาดแต่เก็บปากเก็บคำไว้ ไม่แสดงให้เขารู้ ผู้คนเขาก็ไม่รู้ว่าเราโง่หรือฉลาด แต่เมื่อพ่นความโง่ออกมาทางปาก ผู้คนเขาก็เห็นธาตุแท้แล้วเขาก็จะหัวเราะเยาะในใจ น่าขายหน้าไม่น้อย”